3 แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในงานออกบูธ จากอีเวนต์ใหญ่ของไทย
Key Takeaway :
การออกบูธ เป็นเครื่องมือสำคัญในการวัดพลังของแบรนด์ โดยแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะออกแบบบูธให้สื่อสารชัด ดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจ และสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ผ่านกรณีศึกษาจากงานอีเวนต์ใหญ่ของไทย จะเห็นว่าการผสมผสานระหว่างดีไซน์ กิจกรรม และเส้นทางลูกค้าที่ชัดเจน ช่วยเปลี่ยนทราฟฟิกให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ และทำให้บูธดูเป็นมืออาชีพตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น
การออกบูธไม่ใช่แค่การตั้งพื้นที่โชว์สินค้า แต่คือสนามจริงที่วัดพลังของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภค แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมักไม่รอให้คน “เดินผ่าน” แต่จะออกแบบทุกองค์ประกอบให้คน “ต้องแวะ” ตั้งแต่ดีไซน์บูธ กิจกรรม ไปจนถึงประสบการณ์หน้างาน บทวิเคราะห์นี้รวบรวมตัวอย่างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากงานอีเวนต์ใหญ่ของไทย พร้อมแนวคิดที่สามารถนำไปปรับใช้กับงานออกบูธได้จริง ไม่ว่าจะเป็นสายขาย สายสร้างแบรนด์ หรือสายเก็บทราฟฟิก
Case Study ตัวอย่างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในงานออกบูธ
Mercedes-Benz ในงาน Motor Expo
กลยุทธ์สร้างประสบการณ์แบรนด์ มากกว่าการโชว์สินค้า
Mercedes-Benz เป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการใช้พื้นที่ออกบูธเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ระดับพรีเมียมได้อย่างชัดเจน โดยไม่ได้เน้นเพียงการตั้งรถโชว์ แต่ถ่ายทอด “เรื่องราวของแบรนด์” ผ่านประสบการณ์หน้างานอย่างเป็นระบบ
- คอนเซปต์ “Own Your Star” : การออกแบบบูธไม่ได้เน้นความใหญ่ของพื้นที่ แต่เล่าเรื่องราวผ่านเลย์เอาต์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมเดินวนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด
- สินค้าไฮไลต์และเทคโนโลยีเด่น : จัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าและรุ่นไฮไลต์ในโซนหลัก เสริมด้วยจอ LED ขนาดใหญ่ ระบบแสง สี และเสียง เพื่อสร้างบรรยากาศทันสมัย ดึงดูดสายตา และกระตุ้นให้ผู้เข้าชมหยุดชมและถ่ายภาพ
- เปลี่ยนทราฟฟิกให้เป็นยอดขาย : จุดถ่ายรูปและพื้นที่จัดแสดงออกแบบให้เชื่อมต่อกับโซนให้คำปรึกษาการขายอย่างกลมกลืน ช่วยต่อยอดจากความสนใจไปสู่การพูดคุย และเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย
บทเรียนสำคัญ : แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง แต่ขาย “ประสบการณ์” ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์
เครือสหพัฒน์ สหกรุ๊ปแฟร์ & FEST
กลยุทธ์ดึงทราฟฟิกด้วยอีเวนต์ + โปรโมชันแบบคลัสเตอร์
งานสหกรุ๊ปแฟร์ เป็นตัวอย่างชัดเจนของการจัดงานที่เน้นทราฟฟิกจำนวนมาก (Mass Traffic) และใช้พลังของแบรนด์ในเครือเพื่อสร้างการเดินบูธอย่างต่อเนื่องทั่วพื้นที่
- แนวคิด “Big Shop Big Show” : รวมการช็อปปิง ความบันเทิง และนวัตกรรมไว้ในงานเดียว ทำให้ผู้เข้าชมใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น
- การออกแบบที่เข้าถึงง่าย : แม้จะเป็นแบรนด์ขนาดใหญ่ แต่บูธย่อยออกแบบให้เรียบง่าย เป็นมิตร และเข้าใจได้ทันที คล้ายร้านค้าทั่วไป พร้อมป้ายราคาและโปรโมชันที่มองเห็นชัดเจน
- กลยุทธ์ดึงดูดผู้เข้าชม : ใช้เวทีกลาง อินฟลูเอนเซอร์ และกิจกรรมต่าง ๆ เป็นจุดรวมคน ก่อนกระจายผู้เข้าชมไปยังบูธรอบพื้นที่ผ่านเกมและคูปองส่วนลด
- FOMO (Fear of Missing Out) กลัวตกกระแส : การนำเสนอสินค้าและโปรโมชันเฉพาะภายในงาน ช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้าชมรู้สึกว่า “ต้องแวะ” เพราะหากพลาดครั้งนี้ อาจไม่มีโอกาสซื้อได้อีก
บทเรียนสำคัญ : แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จรู้จักใช้ “กิจกรรม” ดึงคน และใช้ “โปรโมชัน” พาคนเดินต่อ ไม่ปล่อยให้ทราฟฟิกหยุดอยู่จุดเดียว
งานไทยเที่ยวไทย อีเวนต์รวมแบรนด์ท่องเที่ยวและโรงแรม
กลยุทธ์ขายเร็ว ปิดดีลไว ในงานแมสแฟร์
งานไทยเที่ยวไทย คือสนามจริงของการวัดผลยอดขายหน้างาน แบรนด์ท่องเที่ยวและโรงแรมที่ประสบความสำเร็จจะออกแบบบูธโดยโฟกัสที่การตัดสินใจแบบทันที
- ภาพดึงอารมณ์และความรู้สึก : ใช้ภาพแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่เป็นฉากหลังบูธ เพื่อกระตุ้นอารมณ์และสร้างความอยากเดินทางให้ผู้เข้าชมตั้งแต่แรกเห็น
- จัดโซนหน้าบูธ–หลังบูธอย่างชัดเจน : โซนหน้าบูธทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจด้วยโปรโมชันและข้อความที่เข้าใจง่าย ส่วนโซนด้านในจัดเป็นพื้นที่พูดคุยและปิดการขาย พร้อมโต๊ะเจรจาที่ใช้ผ้าปูโต๊ะสกรีนโลโก้ เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของแบรนด์
- โปรโมชั่นจำกัดเวลา : ใช้โปรโมชั่นนาทีทองหรือโปรเฉพาะภายในงาน เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้เข้าชมตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วภายในเวลาที่จำกัด
บทเรียนสำคัญ : งานที่เน้นยอดขาย ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจเร็ว ตัดสินใจง่าย และจบดีลได้ทันที

บทเรียนจากตัวอย่างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ
จากทั้ง 3 Case Study จะเห็นได้ว่าแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมีแนวคิดร่วมกันที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกธุรกิจ ได้แก่
1. สื่อสารให้จบภายใน 3 วินาที
ผู้เดินชมงานมีเวลาตัดสินใจสั้นมาก หากบูธไม่สื่อสารชัดว่า “ขายอะไร” หรือ “ช่วยแก้ปัญหาอะไร” ลูกค้าจะเดินผ่านทันที
2. ใช้กิจกรรมสร้างประสบการณ์ (Engagement)
อย่ารอให้คนเดินเข้าหา แต่ควรสร้างเหตุผลให้เขาหยุดอยู่ที่บูธ เช่น จุดถ่ายรูป กิจกรรมสแกน QR Code หรือของที่ระลึกเล็ก ๆ
3. ใส่ใจในรายละเอียด (Detail Oriented)
ความน่าเชื่อถือเกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ความเรียบร้อยของโต๊ะ การเลือกใช้ผ้าคลุมโต๊ะสกรีนโลโก้ที่สีตรง CI ในทุกตำแหน่ง และดูเป็นมืออาชีพ
4. วางเส้นทางลูกค้า (Customer Journey)
คิดล่วงหน้าว่าเมื่อลูกค้าหยุดดูแล้ว จะคุยกับใครต่อ และปิดการขายที่จุดใด การจัดโซนนิ่งที่ดีช่วยลดความวุ่นวายและเพิ่มประสิทธิภาพทีมงาน
เสริมภาพลักษณ์บูธให้ชัด เหมือนแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ
หนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มการจดจำแบรนด์ คืออุปกรณ์หน้าบูธ เช่น โต๊ะและเคาน์เตอร์ การใช้ผ้าคลุมโต๊ะสกรีนโลโก้ หรือผ้าปูโต๊ะสกรีนโลโก้ ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับแบรนด์ จะช่วยให้บูธดูเป็นมืออาชีพตั้งแต่แรกเห็น แม้ลูกค้ายังไม่ได้เข้ามาพูดคุย
ยกระดับบูธของคุณให้โดดเด่นแบบแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยผ้าคลุมโต๊ะสกรีนโลโก้จาก Media AA ช่วยให้แบรนด์สื่อสารตัวตนได้ชัดเจนในทุกงานแฟร์ งานอีเวนต์ และโรดโชว์
- ผ้าคลุมโต๊ะสกรีนโลโก้คมชัด สีสวย ตรงอัตลักษณ์แบรนด์
- สั่งผลิตได้ตามขนาดโต๊ะและคอนเซปต์งาน
- เหมาะสำหรับเพิ่มการจดจำแบรนด์ในทุกงานแสดงสินค้า
Media AA พร้อมช่วยให้บูธของคุณ “คนจำได้ คนแวะจริง” ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น สนใจติดต่อ โทร. 082-647-4145 หรือ LINE: @media-aa
ข้อมูลอ้างอิง :
- “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 29” จัดใหญ่! โชว์แน่น 4 วันเต็ม สนุกทุกเสตจ ฟินทั้งคอนเสิร์ต เวิร์กช็อป ช็อปจัดเต็ม. สืบค้นวันที่ 15 มกราคม 2569 จาก https://www.workpointtoday.com/sahagroup-766387-2
- พาชมบูธ Mercedes-Benz งาน Motor Expo 2025 โปรแรงส่งท้ายปี ส่วนลดสูงสุด 4.9 แสนบาท. สืบค้นวันที่ 15 มกราคม 2569 จาก https://www.sanook.com/auto/97168/
- 8 วิธีจัดบูธง่ายๆ แต่โดดเด่นโดนใจสูง ยอดขายปัง. สืบค้นวันที่ 15 มกราคม 2569 จาก https://www.thaiteawnok.com/2025/04/11/8-easy-ways-to-set-up-a-booth/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกบูธและการสร้างแบรนด์ (FAQs)
Q: ธุรกิจขนาดเล็กสามารถนำแนวคิดของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จไปใช้กับงานออกบูธได้หรือไม่ ?
A: ได้ แนวคิดหลักอย่างการสื่อสารให้ชัดภายในไม่กี่วินาที การจัดโซนนิ่งที่เข้าใจง่าย และการใส่ใจรายละเอียดหน้าบูธ สามารถปรับใช้ได้กับทุกขนาดธุรกิจ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงเสมอไป
Q: หากพื้นที่บูธมีขนาดจำกัด ควรให้ความสำคัญกับองค์ประกอบใดเป็นอันดับแรก ?
A: ควรให้ความสำคัญกับจุดสื่อสารหลัก เช่น ภาพหรือข้อความที่บอกชัดว่าแบรนด์ขายอะไร และเหมาะกับใคร รวมถึงการจัดวางโต๊ะหรือจุดพูดคุยให้ดูเป็นระเบียบ เพื่อไม่ให้บูธดูอึดอัดและช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ
Q: งานออกบูธที่เน้นสร้างแบรนด์ กับงานที่เน้นปิดยอดขาย ควรออกแบบต่างกันอย่างไร ?
A: งานที่เน้นสร้างแบรนด์ควรโฟกัสที่ประสบการณ์และภาพลักษณ์โดยรวม ส่วนงานที่เน้นยอดขายควรเน้นโปรโมชันที่เข้าใจง่าย การจัดโซนเจรจาที่ชัดเจน และการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าตัดสินใจได้รวดเร็ว
Q: อุปกรณ์หน้าบูธมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้ามากน้อยแค่ไหน ?
A: อุปกรณ์หน้าบูธมีผลอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าเห็น ความเรียบร้อย การใช้สื่อที่มีโลโก้ชัดเจน และการจัดวางอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นมืออาชีพและเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาพูดคุย
Q: ควรวัดความสำเร็จของการออกบูธจากปัจจัยใดบ้าง ?
A: สามารถวัดได้จากหลายด้าน เช่น จำนวนผู้เข้าชมบูธ จำนวนผู้สนใจที่ลงทะเบียน ยอดขายหน้างาน รวมถึงระดับการจดจำแบรนด์และการมีส่วนร่วมของผู้เข้าชมในกิจกรรมต่าง ๆ
