การจัดไฟในบูธงานเทศกาลเพื่อสร้างความโดดเด่น ลูกค้ารู้สึกอยากเข้า

ไฟดี บูธปัง ! เทคนิคจัดไฟบูธงานเทศกาลที่สายอีเวนต์ไม่ควรพลาด

Key Takeaway :

การจัดไฟบูธงานเทศกาลให้ถ่ายรูปออกมาสวยได้ ต้องออกแบบแสงให้ทำงานร่วมกับพื้นที่และแบรนด์อย่างลงตัว เริ่มจากการเลือกไฟ LED ที่ให้แสงนิ่ง ไม่กะพริบ แล้วจัดทิศทางแสงตามกฎ 45 องศาเพื่อให้หน้าคนดูมีมิติ พร้อมคุมอุณหภูมิสีและความสว่างให้สมดุลกับไฟฮอลล์ เพื่อลดปัญหาสีเพี้ยนและภาพล้นขาว นอกจากนี้ การสร้างจุดโฟกัสด้วยแสงและเพิ่มมิติด้วย Uplight จะช่วยให้สินค้าโดดเด่นขึ้นโดยไม่ต้องใช้พร็อปเยอะ ที่สำคัญ เมื่อแสงทำงานร่วมกับแบคดรอปผ้าหรือวัสดุที่กระจายแสงดี บูธงานเทศกาลก็จะดูมืออาชีพ น่าถ่ายรูป และสร้างการจดจำให้แบรนด์ได้ตลอดทั้งงาน

ช่วงปลายปี ฤดูแห่งงานแฟร์และงานเทศกาล (Festive Event) ต่าง ๆ คือโอกาสทองของทุกแบรนด์ เพราะผู้คนจะออกมาเดินชมงานกันมากขึ้น บรรยากาศคึกคัก และทุกพื้นที่เต็มไปด้วยโมเมนต์ที่ผู้เข้าร่วมงานอยากถ่ายรูปเก็บไว้ แม้คุณจะมีบูธดีไซน์โดดเด่นหรือมีสินค้าที่น่าสนใจอยู่แล้ว แต่ถ้า “แสง” ไม่ได้ บูธก็จะไม่ปังเท่าที่ควร โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ใคร ๆ ก็ใช้มือถือถ่ายรูปและอัปโหลดลงโซเชียลมีเดียกันอย่างต่อเนื่อง

How-to จัดไฟในบูธงานเทศกาลใช้ได้สำหรับทุกแบรนด์ !

การจัดไฟในบูธงานเทศกาล คือการออกแบบบรรยากาศที่ทำให้คนอยากหยุดมอง เดินเข้าใกล้ และหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ยิ่งในงานที่มีผู้เข้าชมจำนวนมากและแสงรอบข้างตระการตา การวางแผนในการจัดไฟให้ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยให้บูธดูโดดเด่น ถ่ายรูปออกมาสวย และสื่อสารแบรนด์ได้ชัดเจนตลอดทั้งงาน โดยสามารถใช้เทคนิคต่อไปนี้

1. เลือกประเภทไฟให้เหมาะกับพื้นที่และสไตล์บูธ

การจัดไฟที่ดีควรเริ่มจากการเลือกประเภทไฟให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่และรูปแบบบูธก่อน โดยเฉพาะในบูธ Festive Event ที่ต้องเปิดไฟต่อเนื่องหลายชั่วโมง ขอแนะนำให้ใช้ไฟ LED ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยที่สุด ทั้งในฮอลล์และงานกลางแจ้ง เพราะให้แสงสม่ำเสมอ ไม่กะพริบในกล้อง ช่วยลดปัญหาภาพเป็นเส้นหรือสีเพี้ยนเมื่อถ่ายด้วยมือถือหรือกล้องโปร

2. ทิศทางและความนุ่มของแสง

แม้จะเลือกไฟดีแค่ไหน แต่ถ้าวางตำแหน่งผิดมุม ภาพที่ได้ก็อาจออกมาดูแข็ง ใบหน้ามืด หรือมีเงาแปลก ๆ โดยหนึ่งในหลักการพื้นฐานที่ใช้ได้กับแทบทุกงานเทศกาลคือ การจัดไฟตามกฎ 45 องศา กล่าวคือ วางไฟให้เฉียงจากด้านหน้าเล็กน้อย และอยู่สูงกว่าระดับสายตา เพื่อให้แสงตกกระทบใบหน้าได้อย่างสวยงาม หรือถ้าอยากทำให้แสงนุ่มขึ้นอีกก็สามารถใช้ตัวกระจายแสง ยิงไฟสะท้อนผ้าสีอ่อน หรือเลือกโคมไฟที่ออกแบบมาให้แสงฟุ้ง ๆ เป็นต้น

3. คุมอุณหภูมิสีและความสว่างให้ภาพออกมาสวยที่สุด

หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยใน Festive Event คือ การมีแสงหลายสีอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งไฟฮอลล์ ไฟบูธข้างเคียง และไฟตกแต่ง ทำให้รูปที่ถ่ายออกมาสีเพี้ยนโดยไม่ตั้งใจ ทางแก้คือการเลือกใช้ไฟที่มีอุณหภูมิสีใกล้เคียงกัน เช่น โทน Daylight ประมาณ 5000-5600K ซึ่งให้สีผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ และคงสีของแบรนด์เอาไว้ได้ตรงที่สุด ที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ไฟวอร์มจัดปะทะกับไฟขาวจัด เพราะเวลาถ่ายรูปออกมาจะทำให้หน้าเหลืองหรือฟ้าได้

ไฟ LED เหมาะแก่การนำมาจัดไฟบูธ Festive Event มากที่สุด

4. ทำจุดโฟกัสด้วยแสง (Light Focal Point) และเพิ่มมิติด้วย Uplight

บูธงานเทศกาลที่ถ่ายรูปออกมาได้น่าสนใจ มักมีจุดเด่นที่สายตามองเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่แรก และสามารถทำหน้าที่เป็นตัวชี้นำสายตาได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มพร็อปหรือของตกแต่งมากมาย การสร้างจุดโฟกัสด้วยแสง เช่น การใช้ไฟสปอตไลต์ส่องสินค้าเด่น ๆ หรือเน้นโลโก้แบรนด์ จะช่วยให้ภาพที่ถ่ายมีจุดสนใจชัดเจน นอกจากนี้ การใช้ไฟตั้งพื้นส่องขึ้น หรือที่เรียกว่า Uplight ยังช่วยเพิ่มมิติให้บูธดูไม่แบนเกินไป และสร้างบรรยากาศที่ดูพรีเมียมขึ้นได้ง่าย ๆ

5. สร้างโซนถ่ายรูปหลัก (Photo Spot) ใช้มือถือถ่ายยังไงก็สวย

เพราะเราอยู่ในยุคที่ทุกคนใช้มือถือถ่ายรูป การออกแบบโซนถ่ายรูปหลักภายในบูธงานเทศกาลจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ โดยโซนนี้ควรเป็นพื้นที่ที่แสงนิ่ง สว่างทั่วหน้า และไม่มีไฟย้อนเข้ากล้องโดยตรง ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเยอะทุกคนก็สามารถได้รูปสวย ๆ กลับไปลงอวดเพื่อน ๆ บนโซเชียลฯ ได้เลย

6. แบคดรอปผ้ากล่องไฟและโครงสร้างบูธก็มีผลต่อความสวยของภาพ

แม้จะจัดไฟดีแค่ไหน แต่ถ้าพื้นหลังสะท้อนแสงแรงหรือมีรอยยับ ภาพที่ได้ก็อาจดูไม่เรียบร้อย วัสดุของอุปกรณ์ออกบูธอย่าง “แบคดรอป” จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้รูปถ่ายออกมาสวยขึ้น

แบคดรอปที่ทำจากวัสดุสิ่งทอแบบพิมพ์ผ้า (Fabric Printing) เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานเทศกาล เพราะแบคดรอปผ้าจะช่วยกระจายแสงได้ดี ไม่สะท้อนเงา สีดูนุ่มในกล้อง และผ้าเรียบตึงทำให้ฉากหลังดูสะอาดตา ทั้งยังเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์งานอีเวนต์ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

เมื่อแสงทำงานร่วมกับแบคดรอปผ้าตู้ไฟที่เหมาะสม บูธก็จะถ่ายรูปออกมาสวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องพึ่งการแต่งภาพมากเกินจำเป็น

แสงไฟที่ดี แบคดรอปผ้าที่ใช่ บูธงานเทศกาลก็ว้าวได้ตั้งแต่แรกเห็น

สำหรับงานที่ต้องการความว้าวเป็นพิเศษ ลองอัปเกรดมาใช้แบคดรอปผ้ากล่องไฟที่มาพร้อมไฟ LED ภายใน ทำให้ภาพพิมพ์บนผ้าดูสว่าง คมชัด และสะดุดตาแม้อยู่ในพื้นที่แสงน้อย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหน้าร้าน โชว์รูม และบูธงานแฟร์ที่ต้องการดึงสายตาลูกค้าตั้งแต่ระยะไกล

หากคุณกำลังมองหาป้ายฉากหลังที่เลือกได้หลายขนาด ใช้งานซ้ำได้ยาว ๆ เลือกสั่งทำกับ Media AA ได้เลย แบคดรอปผ้าของเราตอบโจทย์ครบทั้งเรื่องภาพลักษณ์และความคุ้มค่า ด้วยโครงอะลูมิเนียมแข็งแรง น้ำหนักเบา ผ้ายืด Tension เรียบตึง ไร้รอยต่อ สีสันสด คมชัด ช่วยให้บูธและพื้นที่จัดงานโดดเด่น ดูน่าเชื่อถือ และสื่อสารตัวตนของแบรนด์ได้ชัดเจนในทุกครั้งที่ใช้งาน สนใจติดต่อ โทร. 082-647-4145 หรือ LINE: @media-aa

ข้อมูลอ้างอิง :

  1. Art Show Booth Lighting. สืบค้นวันที่ 16 มกราคม 2569 จาก https://powderhillphotography.com/blog/booth-lighting-for-art-fairs

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดบูธงานเทศกาล (FAQs)

Q : ควรเริ่มวางแผนเรื่องไฟบูธงานเทศกาลก่อนวันงานนานแค่ไหน ?

A : แนะนำให้เริ่มวางแผนเรื่องไฟอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนวันงาน เพื่อให้มีเวลาประเมินพื้นที่จริง เลือกประเภทไฟที่เหมาะสม และทดสอบแสงร่วมกับแบคดรอปผ้าหรือโครงสร้างบูธ หากเป็นงานเทศกาลขนาดใหญ่หรือมีการติดตั้งหลายจุด การเตรียมล่วงหน้าจะช่วยลดปัญหาหน้างานได้มาก

Q : บูธงานเทศกาลขนาดเล็กจำเป็นต้องจัดไฟเยอะเหมือนบูธใหญ่หรือไม่ ?

A : บูธขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องใช้ไฟจำนวนมาก แต่ควรเลือกไฟที่จัดวางถูกตำแหน่งและให้แสงมีคุณภาพ การใช้ไฟไม่กี่ดวงที่คุมทิศทางและความนุ่มได้ดี จะช่วยให้บูธดูโปรและถ่ายรูปสวยกว่าการใช้ไฟหลายดวงแบบไม่วางแผน

Q : ถ้าจัด Festive Eventหลายวัน ควรเลือกไฟแบบไหนให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ?

A : สำหรับงานเทศกาลหลายวัน ควรเลือกไฟที่ทนความร้อน เปิดใช้งานได้นาน และประหยัดพลังงาน เช่น ไฟ LED คุณภาพดี รวมถึงควรตรวจสอบระบบไฟและปลั๊กให้พร้อม เพื่อให้แสงคงที่ตลอดงานและไม่เกิดปัญหาไฟตกหรือไฟดับระหว่างวัน

Q : สามารถใช้ไฟตกแต่งสีสันเยอะ ๆ ได้หรือไม่ในบูธงานเทศกาล?

A : สามารถใช้ไฟตกแต่งสีสันเพื่อสร้างบรรยากาศได้ แต่ควรเลือกใช้ในจุดเสริม ไม่ใช่โซนถ่ายรูปหลัก หากใช้ไฟหลายสีมากเกินไปในจุดเดียว อาจทำให้ภาพถ่ายสีเพี้ยนและสื่อสารแบรนด์ได้ไม่ชัดเจน การกำหนดโทนสีหลักของบูธจะช่วยให้ภาพรวมดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

Q : หลังจบงาน ควรจัดเก็บไฟและอุปกรณ์บูธอย่างไรให้ใช้งานซ้ำได้ ?

A : หลังจบงานควรปล่อยให้ไฟเย็นก่อนถอดเก็บ ตรวจสอบสายไฟและอุปกรณ์ทุกชิ้น แล้วจัดเก็บในกล่องหรือเคสที่เหมาะสม การดูแลอุปกรณ์อย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งาน และทำให้พร้อมนำกลับมาใช้ในงานเทศกาลครั้งถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ